Showing posts with label ผักและผลไม้. Show all posts
Showing posts with label ผักและผลไม้. Show all posts

Thursday, October 8, 2009

สาวสวย กับผักและผลไม้ทั้ง 7

เคยแต่ได้ยินนิทาน.. สโนไวท์กับคนแคระทั้ง 7
ตามนิทานคนแคระช่วยสโนไวท์ได้ค่ะ แต่ไม่ได้ช่วยให้สวยขึ้นนะคะ
เพราะความสวยนั้น หากไม่มีติดตัวมาแต่เกิด ก็สร้างขึ้นด้วยตัวเองได้
ถึงหน้าไม่สวย แต่ผิวสวย และดูอ่อนกว่าวัยย์ก็ยังดีค่ะ (^0^)

แล้วผักและผลไม้จะช่วยสาวสวยได้อย่างไร??!! ก็ด้วยการกินไงคะ
อาหารการกินช่วยเราได้นะคะ ดังคำกล่าวที่ว่า..
You are what you eat (หวังว่าทาโกะคงจะไม่ได้จำผิดนะ ^^'')
แปลง่ายๆ ว่า คุณกินอะไรคุณก็เป็นอันนั้นแหล่ะ กินดีก็ส่งผลดีแก่ตัวเอง
กินดีไม่ใช่กินแพง หากแต่เป็นการกินของมีประโยชน์ต่อร่างกายต่างหาก
ซึ่งผักและผลไม้ทั้ง 7 ที่ทาโกะจะแนะนำในวันนี้สามารถช่วยให้ผิวของเพื่อนๆ ดูดี
(มีน้ำมีนวล เปล่งปลั่ง สวยสด งดงาม) และช่วยชะลอความแก่ได้เป็นอย่างดีค่ะ

1. ลูกพรุน (Prunes)
โปแตสเซียม เหล็กและไฟเบอร์ แล้วยังช่วยให้ผิวของเพื่อนๆ มีเลือดฝาด
(ออกแนวหน้าตาผ่องใส และแก้มแดงนั่นล่ะ) หากทานลูกพรุนสดๆ เป็นประจำละก็..
จะเห็นผลปากแดง แก้มแดง โดยไม่ต้องพึ่งสำอางค์เลยทีเดียว
แต่ระวังหน่อยนะคะ เพราะว่าลูกพรุนนั้น มีฤทธิถ่ายท้องด้วยค่ะ

2. ถั่ว
อุดมไปด้วยโปรตีน เหล็ก วิตามินบี และยังมีไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำสูง
ซึ่งจะช่วยให้เพื่อนๆ อิ่มเร็ว และอิ่มนาน ทำให้ความอยากอาหารลดลง
เหมาะกับเพื่อนๆ ที่ต้องการลดความอ้วนเป็นอย่างมาก
แต่ระวังหน่อยนะคะ เพราะว่าถั่วนั้น มีฤทธิให้ผายลม (ปู้ดๆ~)

3. บรอคโคลี่
อุดมไปด้วยซีลีเนียม ซึ่งจะช่วยให้ผิวของเพื่อนๆ ยืดหยุ่นดี
ส่งผลให้ดูอ่อนกว่าวัย ผิว (หนังไม่เหนี่ยว) นุ่มนิ่ม มีน้ำมีนวล
และลดริ้วรอยเหี่ยวย่นอีกด้วย

4. กล้วยไข่
อุดมไปด้วยเบต้าแคโรทีน ซึ่งมีฤทธิต้านอนุมูลอิสระ
ช่วยให้พวกเราต้านความแก่ได้ค่ะ

5. ฝรั่ง
อุดมไปด้วยวิตามินซีสูง เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ และช่วยสร้างคอลลาเจน
ทำให้ผิวพรรณบนใบหน้าแต่งตึงไม่เหี่ยวย่น จนดูแก่ก่อนวัย

6. แอปเปิ้ล
อุดมไปด้วยเบต้าแคโรทีน วิตามินซี และเส้นใยไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำ (เช่นเดียวกับถั่ว)
มีน้ำตาลที่ดูดซึมไปให้พลังงานได้รวดเร็วอยู่สูง เวลาหิวๆ ก็คว้าแอปเปิ้ลขึ้นมาทานเลยค่ะ
ให้พลังงานแบบด่วน ลดความอ่อนเพลีย และอิ่มเร็ว แถมการทานแอปเปิ้ล 2 - 3 ผลต่อวัน
ยังช่วยลดปริมาณโคเลสเตอรอลในกระแสเลือดได้ เพราะไฟเบอร์ในแอปเปิ้ล
จะไปดักจับโคเลสเตอรอลและพาไปทิ้ง ก่อนที่จะถูกดูดกลับเข้าสู่ร่างกาย

7. ส้ม
อุดมไปด้วยวิตามิน เกลือแร่ และเส้นใยธรรมชาติ กากใยจากส้มจะช่วยให้อิ่มเร็ว
เหมาะสำหรับเพื่อนๆ ที่ต้องการลดน้ำหนัก คว้าส้มขึ้นมาปอกใส่ปากซะเลย
ลดความหิว หรือตัดกำลังลดปริมาณอาหารที่จะกินในหนึ่งมื้อได้ดีทีเดียวค่ะ

สำหรับปริมาณของการทานผักผลไม้ที่แนะนำจากสถาบันโภชนาการแห่งชาติอเมริกา
คือ ใน 1 วัน ควนทานผักผลไม้รวมกันให้ได้ 1/2 กิโลกรัม หรือ 5 ขีด
จะช่วยให้เพื่อนๆ มีสุขภาพที่ดี แข็งแรง และดูสดใส มีชีวิตชีวาค่ะ
ผักผลไม้อื่นนอกจากนี้ก็มีประโยชน์เช่นกันนะคะ แต่ทาโกะเห็นว่าผักและผลไม้ทั้ง 7 นี้
หาซื้อได้ง่าย ทานก็ง่าย และราคาก็ไม่แพงอีกด้วย สำหรับเพื่อนๆ ที่ต้องการมีสุขภาพแข็งแรง
ดูดี และสวยได้ด้วยตนเอง นำไปทดลองกันดู และเมื่อสวยจากภายนอกแล้ว
อย่าลืม!! สวยจากภายในด้วยการมีจิตใจที่ดีด้วยนะคะ ( ^^ )

ภาพ : http://www.sxc.hu
via : สสส. หนังสือเภสัชโภชนา โดย ภก. สรจักร ศิริบริรักษ์

แหล่งที่มา:
http://www.thaihealth.or.th/node/9075
[ ... ]

มารู้จักสารในสีของผัก และผลไม้ที่เราทานกัน

หลายคนคงเคยสงสัยหรือไม่ว่าทำไม..ผัก และผลไม้ถึงมีสีสันที่แตกกันทั้งสีเขียว สีม่วง สีเหลือง สีแดง ทราบกันหรือไมว่า..สีสวยๆของผักผลไม้เหล่านี้ ยังมีสารที่ให้ประโยชน์แตกต่างกันด้วยนะค่ะ แล้วสารที่ว่าจะอยู่ในผักผลไม้สีอะไรบ้างนั้นต้องตามมาดูกัน>>>

@ คาโรทีนอยด์ @

คาโรทีนอยด์ คือ เม็ดสีเหลือง แสด ที่ละลายในไขมัน ในผักใบเขียว คาโรทีนอยด์อยู่ในคลอโรพลาสต์ ซึ่งมีคลอโรฟิลล์อยู่ด้วย สีเขียวของคลอโรฟิลล์จะกลบสีเหลืองของคาโรทีนอยด์จนมองไม่เห็น

คาโรทีนอยด์เป็นสารพวกไฮโดรคาร์บอนชนิดไม่อิ่มตัว ส่วนใหญ่ประกอบด้วยคาร์บอน 40 อะตอม แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ แคโรทีน และเบตาแคโรทีน แคโรทีนมีคุณค่าทางโภชนาการ บางครั้งเรียกว่า โพรวิตามินเอ สามารถเปลี่ยนเป็นวิตามินเอที่ลำไส้เล็ก

การหุงต้มธรรมดาไม่มีผลต่อสี หรือคุณค่าทางอาหาร คาโรทีนอยด์ไม่ละลายน้ำทำให้เป็นการป้องกันไม่ให้สูญเสียคุณค่าทางโภชนาการ แต่เนื่องจากโมเลกุลของคาโรทีนอยด์ไม่อิ่มตัว จึงถูกออกซิไดส์ได้ เมื่อทิ้งให้ถูกอากาศนานๆ จะทำให้สูญเสียวิตามินเอ และทำให้คาโรทีนอยด์ในอาหารตากแห้งเปลี่ยนสี วิธีป้องกัน คือ การลวกผัก และรมควันกำมะถัน หรือคลุกซัลไฟท์ ก่อนที่จะนำผลไม้ไปตากแห้ง

@ คลอโรฟีลล์ @

คลอโรฟีลล์ เป็นเม็ดสีที่ให้สีเขียวแก่พืช อยู่ในคลอโรพลาสต์คลอโรฟีลล์ใช้ในการสังเคราะห์แสงของพืช คลอโรฟีลล์ดูดพลังงานจากแสงแดดไว้เพื่อสร้างคาร์โบไฮเดรตจากน้ำ และก๊าซ คาร์บอนไดออกไซด์
คลอโรฟีลล์เป็นโมเลกุลใหญ่ ในพืชที่ใช้เป็นอาหาร พอคลอโรฟีลล์เอ และบี ซึ่งมีโครงสร้างคล้ายกับฮีโมโกลบินในเลือด มีข้อต่างคือ ฮีโมโกลบินมีเหล็ก แต่คลอโรฟีลล์มีแมกนีเซียม เมื่อได้รับความร้อนไฮโดรเจนจะเข้าไปแทนที่แมกนีเซียมในโมเลกุลของ คลอโรฟีลล์ได้ง่าย จะได้สารที่ชื่อว่าฟิโอไฟติน ซึ่งมีสีเขียวอมน้ำตาล

เมื่อแมกนีเซียมถูกแทนที่แล้ว จะเติมแมกนีเซียมกลับเข้าไปในโมเลกุลอีกยาก แต่การเติมเกลืออาซีเตค ของเหล็กสังกะสีและทองแดง จะช่วยให้สีเขียวสดใหม่ แต่วิธีนี้ไม่ใช้กันในการหุงต้มผัก เพราะคลอโรฟีลล์ไม่ละลายน้ำ น้ำต้มผักใบเขียวจึงมีสีเขียวเพียงเล็กน้อย คลอโรฟีลล์ที่บริสุทธิ์สามารถถูกทำลายด้วยไขมัน เมื่อใส่ผักใบเขียวลงในน้ำเดือด จะเขียวสด และดูใสขึ้นเพียงพักเดียว ต่อมาจะกลายเป็นสีอมเหลือง

@ ฟลาโวนอยด์ @

ฟลาโวนอยด์ แม้เม็ดสีหลายชนิดที่จัดอยู่ในกลุ่มฟลาโวนอยด์จะมีสูตรโครงสร้างคล้ายคลึง กัน แต่ก็มีคุณสมบัติแตกต่างกันมาก อาจแบ่งฟลาโวนอยด์ออกเป็นกลุ่ม 3 กลุ่มคือ แอนโธซานติน ซึ่งมีสีเหลืองนวล แอนโธไซยานิน ซึ่งมีสีม่วงแดง และแทนนินที่ไม่มีสี แต่เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลได้ง่าย

รู้อย่างนี้แล้ว ก็หันมากินผักและผลไม้กันเยอะๆ จะดีกว่า เพื่อสุขภาพที่ดี

แหล่งที่มา:
http://www.dailynews.co.th/web/html/popup_news/Default.aspx?ColumnId=74942&NewsType=2&Template=1
[ ... ]