Tuesday, December 9, 2008

มะเร็งที่โคนลิ้น

มะเร็งที่โคนลิ้น


โดยทั่วไปอาจแบ่งลิ้นออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ส่วนที่อยู่ในช่องปาก (oral tongue) และส่วนโคนลิ้น (base of the tongue) ซึ่งอาจเกิดเป็นโรคมะเร็งได้ทั้งสองส่วน ลิ้นส่วนที่อยู่ในช่องปาก เป็นบริเวณส่วนหน้าสองในสามของลิ้นทั้งหมด สังเกตได้จากเป็นส่วนที่โผล่ออกมาจากปากขณะแลบลิ้นเต็มที่ โรคมะเร็งที่เกิดขึ้นบริเวณนี้ เรียกว่า mouth (oral) cancer

ส่วนของโคนลิ้นอยู่บริเวณหนึ่งในสามส่วนหลังของลิ้นทั้งหมด ซึ่งเป็นตำแหน่งที่อยู่ใกล้กับลำคอมาก โรคมะเร็งที่เกิดขึ้นบริเวณนี้ เรียกว่า oropharyngeal cancer

สาเหตุ

  1. สาเหตุที่แท้จริงยังไม่ทราบแน่ชัด
  2. ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ ได้แก่ การสูบบุหรี่ การสูบซิการ์ และการสูบไปป์
  3. การบริโภคแอลกอฮอล์ในปริมาณมากเพิ่มความเสี่ยงที่ทำให้เป็นโรคนี้
  4. ส่วนใหญ่เซลล์มะเร็งของลิ้นจะเป็นชนิดเซลล์สความัส squamous cell carcinoma ซึ่งเป็นเซลล์ที่แบนคล้ายผิวหนัง ปกคลุมเยื่อบุช่องปาก เยื่อบุโพรงจมูก กล่องเสียง ต่อมไทรอยด์ และลำคอ

อาการ

  1. ปื้นสีแดงหรือขาวบนลิ้น ที่สังเกตพบว่าไม่หายไป
  2. เจ็บคอเรื้อรัง
  3. บริเวณบนลิ้นที่รู้สึกเจ็บปวด
  4. กลืนแล้วเจ็บ
  5. อาการชาในปาก
  6. เลือดออกจากลิ้น

 

การวินิจฉัย

  1. ส่วนใหญ่สามารถให้การวินิจฉัยได้จากการซักถามประวัติอาการโดยละเอียด ร่วมกับการตรวจร่างกายอย่างถี่ถ้วน

  2. การตัดชิ้นเนื้อเพื่อนำมาตรวจทางพยาธิวิทยา

  3. การตรวจทางรังสีและการตรวจเพิ่มเติมอื่นๆ ในกรณีที่มีข้อบ่งชี้ ช่วยประเมินความรุนแรงและการกระจายของโรค

การรักษา

  1. ผลการรักษาโรคที่อยู่ในระยะแรกๆ ดีกว่าผลการรักษาเมื่อโรคลุกลามไปมากแล้ว

  2. หลักสำคัญในการรักษาอยู่ที่ขนาดของมะเร็งและการกระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองใกล้เคียง

  3. วิธีการรักษาประกอบด้วยการผ่าตัด ฉายแสง และเคมีบำบัด

  4. สำหรับก้อนมะเร็งที่มีขนาดเล็ก การผ่าตัดถือเป็นวิธีที่ดีที่สุด ในกรณีที่ก้อนมะเร็งมีขนาดใหญ่ขึ้น และแพร่กระจายไปที่ต่อมน้ำเหลือง อาจพิจารณาผ่าตัดรักษาวิธี radical neck dissection ร่วมกับการฉายแสง

  5. มะเร็งที่มีขนาดใหญ่มากหรือลุกลามไปมาก อาจพิจารณารักษาด้วยเคมีบำบัด รังสีรักษา ร่วมกับการผ่าตัดวิธี glossectomy

ผลจากการรักษา

  1. การผ่าตัดมะเร็งจะมีผลต่อการพูดออกเสียง การกินอาหาร การดื่มน้ำ และลักษณะภายนอกที่เปลี่ยนแปลงไป

  2. การฉายแสงมีผลทำให้คอแห้ง ปากเป็นแผล และการรับรสที่เปลี่ยนไป

  3. ผลข้างเคียงของยาเคมีบำบัดขึ้นกับชนิดของยา ส่วนใหญ่นิยมใช้ cisplatin และ 5 fluorouracil (5FU) บางรายอาจได้รับยา carboplatin, bleomycin หรือ methotrexate

ที่มา : นพ.วรวุฒิ เจริญศิริ
ศูนย์ข้อมูลสุขภาพกรุงเทพ

0 comments: